GLOBAL LEGAL LIBRARY

กฎหมายคุ้มครองข้อมูล · ไทย

จุดเริ่มต้นศึกษากฎหมายจากแหล่งทางการ พร้อมกรอบเทียบเคียงไทย

รายการกฎหมายเป็นดัชนีอ้างอิงเบื้องต้น ไม่ใช่บทแปลรับรองหรือบัญชีกฎหมายครบทุกประเทศ รายการ GDPR ของประเทศสมาชิก EU ใช้แหล่งกฎหมายร่วมกัน ตรวจวันมีผลใช้บังคับและกฎหมายภายในประเทศเพิ่มเติมจากต้นทาง
TH / ไทย

พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562

กฎหมายหลักสำหรับเทียบเคียงหน้าที่ ฐานการประมวลผล สิทธิของเจ้าของข้อมูล และการรักษาความมั่นคงปลอดภัยในประเทศไทย

ตัวบทหลักเผยแพร่ในราชกิจจานุเบกษา 27 พ.ค. 2562; ต้องอ่านประกาศและกฎหมายลำดับรองที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติม

PDPA THAILAND CROSS-REFERENCE

กรอบเทียบเคียงตามประเด็น

ประเด็นบทบัญญัติไทยบริบทที่ต้องพิจารณา
ความมั่นคงปลอดภัยม.37(1), ม.40(2)เทียบเคียงหน้าที่จัดมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยที่เหมาะสม โดยแยกบทบาทผู้ควบคุมและผู้ประมวลผลข้อมูล
การแจ้งเหตุละเมิดม.37(4), ม.40(2)ผู้ควบคุมพิจารณาแจ้งสำนักงานโดยไม่ชักช้าภายใน 72 ชั่วโมงนับแต่ทราบเหตุเท่าที่สามารถกระทำได้ เว้นแต่ไม่มีความเสี่ยงต่อสิทธิและเสรีภาพ; หากเสี่ยงสูงต้องแจ้งเจ้าของข้อมูลโดยไม่ชักช้า ผู้ประมวลผลแจ้งผู้ควบคุม
ฐานกฎหมายและวัตถุประสงค์ม.21, ม.24, ม.27พิจารณาวัตถุประสงค์และฐานที่รองรับการเก็บ ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูล กฎหมายไทยมิได้กำหนดว่าทุกกิจกรรมต้องขอความยินยอม
ความยินยอมม.19, ม.26, ม.27เมื่อใช้ฐานความยินยอม ต้องพิจารณาความชัดเจน อิสระ และการถอน สำหรับข้อมูลอ่อนไหวให้พิจารณาเงื่อนไขและข้อยกเว้นของ ม.26
การแจ้งรายละเอียดม.23, ม.25เทียบเคียงรายละเอียดที่แจ้งเจ้าของข้อมูลและกรณีได้ข้อมูลจากแหล่งอื่น เงื่อนไขและข้อยกเว้นต้องพิจารณาแยก
สิทธิของเจ้าของข้อมูลม.30–36เทียบเคียงสิทธิเข้าถึง โอน คัดค้าน ลบ ระงับ และแก้ไขข้อมูลตามเงื่อนไขของแต่ละสิทธิ
ระยะเวลาเก็บและการลบข้อมูลม.37(3)ในไทยต้องมีระบบตรวจสอบและลบหรือทำลายข้อมูลเมื่อพ้นระยะเวลาเก็บ หมดความจำเป็น หรือมีเหตุตามกฎหมาย โดยพิจารณาข้อยกเว้น
การโอนข้ามประเทศม.28–29เทียบเคียงเงื่อนไขโอนข้อมูลไปต่างประเทศและกลไกตามกฎหมายไทย ต้องอ่านประกาศที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติม
ผู้ประมวลผลข้อมูลม.37(2), ม.40เทียบเคียงการควบคุมการใช้ข้อมูล การดำเนินการตามคำสั่ง และข้อตกลงระหว่างผู้ควบคุมกับผู้ประมวลผล
ข้อมูลผู้เยาว์ม.20 ประกอบ ม.19กรณีใช้ฐานความยินยอมของผู้เยาว์ต้องพิจารณาอายุและความสามารถตามกฎหมายไทย; เกณฑ์อายุของกฎหมายต่างประเทศอาจแตกต่าง
ข้อมูลอ่อนไหว / ชีวมิติม.26ข้อมูลชีวมิติที่ใช้ระบุตัวบุคคลมีเงื่อนไขเฉพาะ ต้องพิจารณาความยินยอมโดยชัดแจ้งหรือข้อยกเว้นตามกฎหมาย
การกำกับดูแลม.39–42เทียบเคียงบันทึกกิจกรรม หน้าที่ผู้ประมวลผล และ DPO ตามเงื่อนไขที่กฎหมายกำหนด
เก็บข้อมูลเท่าที่จำเป็นม.22หากกิจกรรมลักษณะเดียวกันเกิดในไทย ต้องพิจารณาว่าข้อมูลแต่ละรายการจำเป็นต่อวัตถุประสงค์อันชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ และลดการเก็บข้อมูลที่ไม่จำเป็น
ใช้ข้อมูลตรงตามวัตถุประสงค์ม.21, ม.27ในไทยต้องตรวจว่าการเก็บ ใช้ หรือเปิดเผยตรงกับวัตถุประสงค์ที่แจ้งไว้หรือไม่ การเปลี่ยนวัตถุประสงค์ต้องเข้าเงื่อนไขกฎหมาย
ข้อมูลถูกต้องและเป็นปัจจุบันม.35, ม.36ในไทยผู้ควบคุมต้องดำเนินการให้ข้อมูลถูกต้อง เป็นปัจจุบัน สมบูรณ์ และไม่ก่อให้เกิดความเข้าใจผิด รวมถึงจัดการคำขอแก้ไข
หลักการประมวลผลข้อมูลม.21–24, ม.27, ม.35, ม.37คดีที่อ้างหลักการโดยรวมควรนำมาตรวจวัตถุประสงค์ ความจำเป็น ฐานกฎหมาย ความถูกต้อง ระยะเวลาเก็บ และความปลอดภัยของกิจกรรมในไทย
สิทธิเข้าถึงและรับสำเนาข้อมูลม.30ในไทยเจ้าของข้อมูลมีสิทธิขอเข้าถึงและรับสำเนาข้อมูล รวมถึงขอทราบที่มาของข้อมูลที่ตนไม่ได้ให้ความยินยอม การปฏิเสธต้องมีเหตุที่กฎหมายรองรับ
สิทธิขอแก้ไขข้อมูลม.35, ม.36ในไทยต้องพิจารณาคำขอให้ข้อมูลถูกต้อง เป็นปัจจุบัน สมบูรณ์ และไม่ก่อให้เกิดความเข้าใจผิด หากไม่ดำเนินการต้องบันทึกคำขอและเหตุผล
สิทธิขอลบหรือทำลายข้อมูลม.33, ม.37(3)ในไทยต้องพิจารณาเหตุที่ขอให้ลบ ทำลาย หรือทำให้ไม่สามารถระบุตัวบุคคลได้ และข้อยกเว้น เช่น การใช้สิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย
สิทธิระงับการใช้ข้อมูลม.34ในไทยต้องตรวจว่าคำขอเข้ากรณีระงับการใช้ข้อมูลตาม ม.34 หรือไม่ เช่น ระหว่างตรวจความถูกต้องหรือการคัดค้าน
สิทธิขอรับและโอนข้อมูลม.31ในไทยต้องตรวจลักษณะข้อมูล รูปแบบที่เครื่องอ่านได้ ฐานกฎหมาย และความเป็นไปได้ทางเทคนิคก่อนดำเนินการโอนตามคำขอ
สิทธิคัดค้านการใช้ข้อมูลม.32ในไทยต้องตรวจฐานการประมวลผลและวัตถุประสงค์ที่ถูกคัดค้าน โดยแยกกรณีการตลาดแบบตรงออกจากกรณีอื่น
ข้อมูลส่วนบุคคลอ่อนไหวม.26ในไทยต้องตรวจว่าข้อมูลเป็นประเภทอ่อนไหวตาม ม.26 หรือไม่ และมีความยินยอมโดยชัดแจ้งหรือข้อยกเว้นใดรองรับ
บันทึกรายการประมวลผลข้อมูลม.39, ม.40(3)ในไทยต้องตรวจหน้าที่บันทึกของผู้ควบคุมและผู้ประมวลผล รวมถึงข้อยกเว้นที่เกี่ยวข้องกับองค์กรนั้น
เจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลม.41, ม.42ในไทยต้องตรวจว่าเข้าเกณฑ์แต่งตั้ง DPO หรือไม่ และหากแต่งตั้งแล้วต้องสนับสนุนบทบาท การเข้าถึงข้อมูล และการรายงานต่อผู้บริหาร
การตอบคำขอและคำสั่งของหน่วยงานกำกับม.75, ม.76ในไทยต้องพิจารณาคำสั่งให้ส่งเอกสาร ชี้แจง หรือให้ข้อมูลตามอำนาจของคณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญและพนักงานเจ้าหน้าที่
ออกแบบระบบให้คุ้มครองข้อมูลม.22, ม.37(1)ในไทยนำประเด็นนี้มาตรวจการลดข้อมูลที่เก็บและมาตรการความปลอดภัยที่เหมาะสมตั้งแต่การออกแบบระบบ
ประเมินความเสี่ยงของกิจกรรมข้อมูลม.37(1)ในไทยใช้ประเด็นการประเมินผลกระทบเพื่อทบทวนว่ามาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยเหมาะกับความเสี่ยงของกิจกรรมหรือไม่
การตัดสินใจด้วยระบบอัตโนมัติม.23, ม.30, ม.32ในไทยควรตรวจการแจ้งรายละเอียด การเข้าถึงข้อมูล และสิทธิคัดค้านเมื่อเข้าเงื่อนไขของฐานและวัตถุประสงค์ที่ใช้
ตัวแทนขององค์กรนอกประเทศม.37(5), ม.38 ประกอบ ม.5หากกิจกรรมขององค์กรนอกไทยอยู่ในขอบเขตใช้บังคับตาม ม.5 ต้องตรวจหน้าที่แต่งตั้งตัวแทนและข้อยกเว้นตามกฎหมายไทย
การแบ่งหน้าที่ของผู้ควบคุมร่วมม.37(1), ม.39หากหลายองค์กรร่วมกำหนดวัตถุประสงค์และวิธีการ ควรแยกบทบาทจริงและตรวจหน้าที่ความปลอดภัยและบันทึกของผู้ควบคุมแต่ละรายในไทย
การใช้ข้อมูลภายใต้อำนาจและคำสั่งม.37(1), ม.40(1)ในไทยควรตรวจสิทธิ์ของผู้ที่เข้าถึงข้อมูล และในกรณีผู้ประมวลผลต้องดำเนินการตามคำสั่งของผู้ควบคุมภายใต้เงื่อนไขกฎหมาย
ตัวบทหลักภาษาไทยจากแหล่งราชการ ↗