PDPA คืออะไร และเกี่ยวข้องกับใคร?
PDPA ในบริบทไทยหมายถึงพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 เป็นกฎหมายเกี่ยวกับการเก็บรวบรวม ใช้ และเปิดเผยข้อมูลที่ระบุตัวบุคคลได้ เช่น ข้อมูลลูกค้าและพนักงาน โดยกำหนดทั้งหน้าที่ของผู้เกี่ยวข้องและสิทธิของเจ้าของข้อมูล การพิจารณาว่ากิจกรรมใดอยู่ในขอบเขตต้องอ่านมาตรา 4–6 และกฎหมายที่เกี่ยวข้องประกอบ
เริ่มจากแยกว่าใครตัดสินใจเรื่องวัตถุประสงค์และวิธีใช้ข้อมูล ใครประมวลผลตามคำสั่ง และข้อมูลไหลไปยังบุคคลใดบ้าง จากนั้นจึงตรวจฐานกฎหมาย การแจ้งรายละเอียด มาตรการป้องกัน และช่องทางใช้สิทธิ
PDPA กับความยินยอม
PDPA ไทยมีฐานกฎหมายหลายกรณี จึงต้องแยกก่อนว่ากิจกรรมใดอาศัยความยินยอม เมื่อใช้ฐานนี้ คำขอต้องชัดเจน เข้าใจง่าย และให้โดยอิสระ พร้อมช่องทางถอนตามเงื่อนไขกฎหมาย ข้อมูลอ่อนไหวมีหลักเกณฑ์เฉพาะในมาตรา 26
จุดเริ่มต้นตรวจงาน: องค์กรบันทึกวัตถุประสงค์ ข้อความที่ผู้ใช้เห็น และการให้หรือถอนความยินยอมไว้ตรวจสอบได้หรือไม่?
บทบัญญัติที่ควรอ่าน: ม.19, ม.24, ม.26 · เปิดตัวบททางการ ↗
PDPA กับการตลาดและสิทธิคัดค้าน
เจ้าของข้อมูลมีสิทธิคัดค้านการเก็บ ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลเพื่อการตลาดแบบตรง เมื่อมีการคัดค้าน ผู้ควบคุมต้องหยุดใช้ข้อมูลเพื่อวัตถุประสงค์นั้นตามมาตรา 32 การถอนความยินยอมกับการคัดค้านเป็นคนละสิทธิ
จุดเริ่มต้นตรวจงาน: หากลูกค้าปฏิเสธการตลาด รายชื่อถูกหยุดใช้ในระบบและส่งต่อคำขอไปยังทีมที่เกี่ยวข้องอย่างไร?
บทบัญญัติที่ควรอ่าน: ม.32(2) และวรรคสอง · เปิดตัวบททางการ ↗
PDPA กับความมั่นคงปลอดภัยและข้อมูลรั่วไหล
ผู้ควบคุมต้องมีมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยที่เหมาะสม เมื่อเกิดเหตุละเมิด ให้ประเมินความเสี่ยงและหน้าที่แจ้งสำนักงานตามมาตรา 37(4) รวมถึงแจ้งเจ้าของข้อมูลหากเสี่ยงสูง ผู้ประมวลผลมีหน้าที่แจ้งผู้ควบคุมตามมาตรา 40(2)
จุดเริ่มต้นตรวจงาน: ทีมทราบเวลาพบเหตุ ข้อมูลที่ได้รับผลกระทบ ผู้รับผิดชอบ และหลักฐานที่ใช้ประเมินความเสี่ยงหรือยัง?
บทบัญญัติที่ควรอ่าน: ม.37(1), ม.37(4), ม.40(2) · เปิดตัวบททางการ ↗
PDPA กับแจ้งวัตถุประสงค์และรายละเอียด
การแจ้งรายละเอียดควรทำให้บุคคลเข้าใจว่าเก็บข้อมูลไปทำอะไร เก็บนานเท่าใด ส่งให้ใคร และติดต่อใช้สิทธิได้ที่ใด กรณีได้ข้อมูลจากแหล่งอื่นต้องพิจารณาเงื่อนไขของมาตรา 25 เพิ่มเติม
จุดเริ่มต้นตรวจงาน: Privacy Notice อธิบายการใช้ข้อมูลจริงได้ครบ และผู้ใช้พบข้อความนี้ก่อนหรือขณะเก็บข้อมูลหรือไม่?
บทบัญญัติที่ควรอ่าน: ม.21, ม.23, ม.25 · เปิดตัวบททางการ ↗
PDPA กับสิทธิของเจ้าของข้อมูล
สิทธิตาม PDPA ครอบคลุมการเข้าถึง รับหรือโอนข้อมูล คัดค้าน ลบ ระงับ และแก้ไขตามเงื่อนไขแต่ละมาตรา การรับคำขอต้องตรวจทั้งตัวตน ขอบเขตสิทธิ และข้อยกเว้นที่เกี่ยวข้อง
จุดเริ่มต้นตรวจงาน: ใครรับคำขอใช้สิทธิ ติดตามกำหนดเวลา และบันทึกเหตุผลในการตอบรับหรือปฏิเสธ?
บทบัญญัติที่ควรอ่าน: ม.30–36 · เปิดตัวบททางการ ↗
PDPA กับเก็บข้อมูลเท่าที่จำเป็น
ควรกำหนดข้อมูลที่จำเป็นและอายุการเก็บให้สัมพันธ์กับวัตถุประสงค์ พร้อมระบบลบหรือทำลายเมื่อพ้นความจำเป็น โดยตรวจข้อยกเว้นและหน้าที่ตามกฎหมายอื่นด้วย
จุดเริ่มต้นตรวจงาน: แต่ละชุดข้อมูลมีเจ้าของงาน อายุการเก็บ และวิธีจัดการเมื่อหมดความจำเป็นหรือไม่?
บทบัญญัติที่ควรอ่าน: ม.22, ม.37(3) · เปิดตัวบททางการ ↗
อ่านข่าว GDPR และค่าปรับต่างประเทศให้เชื่อมกับ PDPA ไทยอย่างไร?
เริ่มจากข้อเท็จจริงที่ต้นทางยืนยัน ประเทศ กฎหมายที่ใช้ และสถานะคำสั่ง แล้วเลือกประเด็นที่เหมือนกับกิจกรรมในองค์กร เช่น การเข้าถึงข้อมูลหรือการขอความยินยอม ใช้ประเด็นนั้นเป็นคำถามสำหรับทบทวนงาน ไม่ยกผลคำตัดสิน ระยะเวลา หรือจำนวนค่าปรับต่างประเทศมาใช้แทนเกณฑ์ของไทย
ตัวอย่างเช่น ข่าวการโทรเพื่อการตลาดในต่างประเทศช่วยให้ทีมไทยทบทวนฐานกฎหมาย หลักฐานความยินยอม และการหยุดติดต่อเมื่อมีการคัดค้านได้ แต่เงื่อนไขว่าต้องขอความยินยอมเมื่อใดต้องอ่านกฎหมายที่ใช้กับกิจกรรมนั้นโดยตรง
อ่านคดีและค่าปรับพร้อมกรอบเทียบเคียง PDPA → · กฎหมายคุ้มครองข้อมูลของไทย →
เริ่มวางระบบ PDPA ในองค์กร
- ทำรายการข้อมูลและวัตถุประสงค์ รวมผู้ที่เข้าถึงและผู้รับข้อมูลภายนอก
- ตรวจฐานกฎหมายและข้อความแจ้งรายละเอียดให้ตรงกับการทำงานจริง
- กำหนดสิทธิ์เข้าถึง อายุข้อมูล และการรับมือเหตุละเมิด
- เตรียมผู้รับคำขอใช้สิทธิและผู้ประสานงาน พร้อมหลักฐานการดำเนินการ
- ทบทวนเมื่อเปลี่ยนระบบ ผู้ให้บริการ หรือวัตถุประสงค์การใช้ข้อมูล
รายการนี้เป็นจุดเริ่มต้นศึกษา ไม่ใช่การรับรองว่าองค์กรปฏิบัติตามกฎหมายครบทุกข้อ ควรตรวจประกาศของสำนักงานและข้อยกเว้นที่เกี่ยวข้องกับกิจกรรมจริงด้วย
เรียบเรียงโดย ALPHASEC · ตรวจตัวบทหลัก 22/10/2569 · ราชกิจจานุเบกษา · สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล · วิธีจัดทำข้อมูล