← กลับหน้ารายการ
อิตาลีItalian Data Protection Authority (Garante)

รายการบังคับใช้กฎหมาย: Rinascente S.p.A. (ETid-2022)

ETid-2022: Rinascente S.p.A.

THE CASE, IN THAI

เกิดอะไรขึ้น

Enforcement Tracker รายงานรายการเกี่ยวกับ Rinascente S.p.A. ในอิตาลี หน่วยงานที่ระบุคือ Italian Data Protection Authority (Garante) บทบัญญัติที่อ้าง: Art. 5 (1) a), b), c), e), f) GDPR, Art. 12 (1) GDPR, Art. 32 (1) b), d) GDPR, Art. 35 GDPR หมวดการละเมิดที่ต้นทางระบุ: Non-compliance with general data processing principles สรุปจากข้อมูลในดัชนี พร้อมลิงก์สำหรับอ่านรายละเอียดต้นทาง

องค์กรที่เกี่ยวข้อง
Rinascente S.p.A.
กฎหมาย / บทบัญญัติต่างประเทศ
GDPR / บทบัญญัติตาม Enforcement Tracker Art. 5 (1) a), b), c), e), f) GDPR, Art. 12 (1) GDPR, Art. 32 (1) b), d) GDPR, Art. 35 GDPR
วันที่ที่ Enforcement Tracker ระบุ
2023-06-08
ภาคธุรกิจตาม Tracker
Industry and Commerce
หมวดการละเมิดตาม Tracker
Non-compliance with general data processing principles
วันที่คำสั่ง / คำตัดสิน
ไม่ระบุ
วันที่เผยแพร่ประกาศ
ไม่ระบุ
สถานะคดี: ยังไม่ยืนยัน
THAILAND LENS · CASE COMPARISON

เทียบเคียงกับ PDPA ไทย

ประเด็นสำหรับ Rinascente S.p.A. จากบทบัญญัติและหมวดที่ต้นทางระบุ

ม.21, ม.24, ม.27

ฐานกฎหมายและวัตถุประสงค์

GDPR Art.5(1)(a)

เทียบจากบทบัญญัติ

ประเด็นตาม GDPR: หลักความชอบด้วยกฎหมายและความเป็นธรรม

เมื่อเกิดกรณีคล้ายกันในไทย: พิจารณาวัตถุประสงค์และฐานที่รองรับการเก็บ ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูล กฎหมายไทยมิได้กำหนดว่าทุกกิจกรรมต้องขอความยินยอม

ขอบเขตที่ต่างกัน: ฐานตาม GDPR Art.6 กับเงื่อนไขไทย ม.24 ไม่ตรงกันทุกกรณี หากใช้ความยินยอมต้องพิจารณา ม.19 ประกอบ

สิ่งที่องค์กรไทยควรทบทวน: ทบทวนกิจกรรมใน ROPA และหลักฐานรองรับฐานกฎหมายของแต่ละวัตถุประสงค์

อ่านตัวบท PDPA ไทย ↗
ม.23, ม.25

การแจ้งรายละเอียด

GDPR Art.5(1)(a) · GDPR Art.12(1)

เทียบจากบทบัญญัติ

ประเด็นตาม GDPR: หลักความโปร่งใส; การสื่อสารข้อมูลอย่างโปร่งใส เข้าใจง่าย และเข้าถึงได้

เมื่อเกิดกรณีคล้ายกันในไทย: เทียบเคียงรายละเอียดที่แจ้งเจ้าของข้อมูลและกรณีได้ข้อมูลจากแหล่งอื่น เงื่อนไขและข้อยกเว้นต้องพิจารณาแยก

ขอบเขตที่ต่างกัน: ข้อมูลที่ได้จากบุคคลโดยตรงเทียบ ม.23 ส่วนข้อมูลจากแหล่งอื่นต้องพิจารณา ม.25 พร้อมเงื่อนไขและข้อยกเว้นไทย

สิ่งที่องค์กรไทยควรทบทวน: ตรวจ Privacy Notice วัตถุประสงค์ ระยะเก็บ ผู้รับข้อมูล และช่องทางใช้สิทธิ

อ่านตัวบท PDPA ไทย ↗
ม.21, ม.27

ใช้ข้อมูลตรงตามวัตถุประสงค์

GDPR Art.5(1)(b)

เทียบจากบทบัญญัติ

ประเด็นตาม GDPR: หลักจำกัดวัตถุประสงค์

เมื่อเกิดกรณีคล้ายกันในไทย: ในไทยต้องตรวจว่าการเก็บ ใช้ หรือเปิดเผยตรงกับวัตถุประสงค์ที่แจ้งไว้หรือไม่ การเปลี่ยนวัตถุประสงค์ต้องเข้าเงื่อนไขกฎหมาย

ขอบเขตที่ต่างกัน: GDPR มีหลักความเข้ากันได้ของวัตถุประสงค์และเงื่อนไขเฉพาะ ส่วนไทยต้องพิจารณา ม.21 และข้อยกเว้นตามกฎหมายของไทย

สิ่งที่องค์กรไทยควรทบทวน: เทียบวัตถุประสงค์ใน Privacy Notice กับการใช้ข้อมูลจริง โดยเฉพาะการนำข้อมูลไปใช้ต่อหรือส่งต่อให้ผู้อื่น

อ่านตัวบท PDPA ไทย ↗
ม.22

เก็บข้อมูลเท่าที่จำเป็น

GDPR Art.5(1)(c)

เทียบจากบทบัญญัติ

ประเด็นตาม GDPR: หลักเก็บข้อมูลให้เพียงพอ เกี่ยวข้อง และจำกัดเท่าที่จำเป็น

เมื่อเกิดกรณีคล้ายกันในไทย: หากกิจกรรมลักษณะเดียวกันเกิดในไทย ต้องพิจารณาว่าข้อมูลแต่ละรายการจำเป็นต่อวัตถุประสงค์อันชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ และลดการเก็บข้อมูลที่ไม่จำเป็น

ขอบเขตที่ต่างกัน: GDPR ครอบคลุมความเพียงพอ ความเกี่ยวข้อง และการจำกัดข้อมูลในการประมวลผล ส่วน ม.22 ของไทยระบุหน้าที่เก็บรวบรวมเท่าที่จำเป็นโดยตรง

สิ่งที่องค์กรไทยควรทบทวน: ไล่ตรวจช่องข้อมูลและเอกสารที่ขอจากบุคคล ระบุเหตุผลความจำเป็นของแต่ละช่อง และตัดหรือปกปิดข้อมูลส่วนเกิน

อ่านตัวบท PDPA ไทย ↗
ม.37(3)

ระยะเวลาเก็บและการลบข้อมูล

GDPR Art.5(1)(e)

เทียบจากบทบัญญัติ

ประเด็นตาม GDPR: หลักจำกัดระยะเวลาเก็บข้อมูล

เมื่อเกิดกรณีคล้ายกันในไทย: ในไทยต้องมีระบบตรวจสอบและลบหรือทำลายข้อมูลเมื่อพ้นระยะเวลาเก็บ หมดความจำเป็น หรือมีเหตุตามกฎหมาย โดยพิจารณาข้อยกเว้น

ขอบเขตที่ต่างกัน: GDPR Art.5(1)(e) เป็นหลักจำกัดระยะเวลาเก็บ ส่วนไทย ม.37(3) กำหนดหน้าที่จัดระบบตรวจสอบและลบหรือทำลาย

สิ่งที่องค์กรไทยควรทบทวน: กำหนดอายุข้อมูลตามวัตถุประสงค์และหน้าที่ตามกฎหมาย ทดสอบการลบจากระบบหลักและข้อมูลสำรองตามบริบท

อ่านตัวบท PDPA ไทย ↗
ม.37(1), ม.40(2)

ความมั่นคงปลอดภัย

GDPR Art.5(1)(f) · GDPR Art.32

เทียบจากบทบัญญัติ

ประเด็นตาม GDPR: หลักความครบถ้วนและการรักษาความลับด้วยมาตรการความปลอดภัย; มาตรการทางเทคนิคและองค์กรเพื่อรักษาความปลอดภัยตามความเสี่ยง

เมื่อเกิดกรณีคล้ายกันในไทย: เทียบเคียงหน้าที่จัดมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยที่เหมาะสม โดยแยกบทบาทผู้ควบคุมและผู้ประมวลผลข้อมูล

ขอบเขตที่ต่างกัน: แยกหน้าที่ผู้ควบคุมตาม ม.37(1) กับผู้ประมวลผลตาม ม.40(2) และตรวจมาตรการตามกฎหมายลำดับรองไทย

สิ่งที่องค์กรไทยควรทบทวน: ตรวจสิทธิ์เข้าถึง การยืนยันตัวตน การเข้ารหัส และการทบทวนมาตรการตามความเสี่ยง

อ่านตัวบท PDPA ไทย ↗
ม.37(1)

ประเมินความเสี่ยงของกิจกรรมข้อมูล

GDPR Art.35

เทียบจากบทบัญญัติ

ประเด็นตาม GDPR: การประเมินผลกระทบด้านการคุ้มครองข้อมูล (DPIA)

เมื่อเกิดกรณีคล้ายกันในไทย: ในไทยใช้ประเด็นการประเมินผลกระทบเพื่อทบทวนว่ามาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยเหมาะกับความเสี่ยงของกิจกรรมหรือไม่

ขอบเขตที่ต่างกัน: ม.37(1) ไม่ใช่หน้าที่ DPIA หรือปรึกษาหน่วยงานก่อนประมวลผลที่มีเงื่อนไขตรงกับ GDPR Art.35–36 ต้องตรวจข้อกำหนดไทยเพิ่มเติม

สิ่งที่องค์กรไทยควรทบทวน: จัดทำรายการความเสี่ยง ผู้ได้รับผลกระทบ มาตรการลดความเสี่ยง และผู้อนุมัติก่อนเริ่มกิจกรรมที่เสี่ยงสูง

อ่านตัวบท PDPA ไทย ↗
กรอบเทียบเคียงฉบับ 2.0 · ตรวจตัวบทหลัก 14 ต.ค. 2569 · อ้างบทบัญญัติและหมวดในดัชนี ไม่เติมข้อเท็จจริงที่ดัชนีไม่ได้ระบุ และไม่สรุปผลคดีหรือค่าปรับตามกฎหมายไทย

อ่านต่อเรื่อง PDPA และการคุ้มครองข้อมูล

PDPA คืออะไร? ความยินยอม สิทธิ และบทเรียนสำหรับองค์กรไทย →

รายการในประเด็นหรือประเทศเดียวกัน