← กลับหน้ารายการ
เนเธอร์แลนด์Dutch Supervisory Authority for Data Protection (AP)

รายการบังคับใช้กฎหมาย: Dutch Tax and Customs Administration (ETid-1124)

ETid-1124: Dutch Tax and Customs Administration

THE CASE, IN THAI

เกิดอะไรขึ้น

Enforcement Tracker รายงานรายการเกี่ยวกับ Dutch Tax and Customs Administration ในเนเธอร์แลนด์ หน่วยงานที่ระบุคือ Dutch Supervisory Authority for Data Protection (AP) บทบัญญัติที่อ้าง: Art. 5 (1) a), b), d), e) GDPR, Art. 6 (1) GDPR, Art. 32 (1) GDPR, Art. 35 (2) GDPR หมวดการละเมิดที่ต้นทางระบุ: Non-compliance with general data processing principles สรุปจากข้อมูลในดัชนี พร้อมลิงก์สำหรับอ่านรายละเอียดต้นทาง

องค์กรที่เกี่ยวข้อง
Dutch Tax and Customs Administration
กฎหมาย / บทบัญญัติต่างประเทศ
GDPR / บทบัญญัติตาม Enforcement Tracker Art. 5 (1) a), b), d), e) GDPR, Art. 6 (1) GDPR, Art. 32 (1) GDPR, Art. 35 (2) GDPR
วันที่ที่ Enforcement Tracker ระบุ
2022-04-07
ภาคธุรกิจตาม Tracker
Public Sector and Education
หมวดการละเมิดตาม Tracker
Non-compliance with general data processing principles
วันที่คำสั่ง / คำตัดสิน
ไม่ระบุ
วันที่เผยแพร่ประกาศ
ไม่ระบุ
สถานะคดี: ยังไม่ยืนยัน
THAILAND LENS · CASE COMPARISON

เทียบเคียงกับ PDPA ไทย

ประเด็นสำหรับ Dutch Tax and Customs Administration จากบทบัญญัติและหมวดที่ต้นทางระบุ

ม.21, ม.24, ม.27

ฐานกฎหมายและวัตถุประสงค์

GDPR Art.5(1)(a) · GDPR Art.6

เทียบจากบทบัญญัติ

ประเด็นตาม GDPR: หลักความชอบด้วยกฎหมายและความเป็นธรรม; ฐานที่ทำให้การประมวลผลข้อมูลชอบด้วยกฎหมาย

เมื่อเกิดกรณีคล้ายกันในไทย: พิจารณาวัตถุประสงค์และฐานที่รองรับการเก็บ ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูล กฎหมายไทยมิได้กำหนดว่าทุกกิจกรรมต้องขอความยินยอม

ขอบเขตที่ต่างกัน: ฐานตาม GDPR Art.6 กับเงื่อนไขไทย ม.24 ไม่ตรงกันทุกกรณี หากใช้ความยินยอมต้องพิจารณา ม.19 ประกอบ

สิ่งที่องค์กรไทยควรทบทวน: ทบทวนกิจกรรมใน ROPA และหลักฐานรองรับฐานกฎหมายของแต่ละวัตถุประสงค์

อ่านตัวบท PDPA ไทย ↗
ม.23, ม.25

การแจ้งรายละเอียด

GDPR Art.5(1)(a)

เทียบจากบทบัญญัติ

ประเด็นตาม GDPR: หลักความโปร่งใส

เมื่อเกิดกรณีคล้ายกันในไทย: เทียบเคียงรายละเอียดที่แจ้งเจ้าของข้อมูลและกรณีได้ข้อมูลจากแหล่งอื่น เงื่อนไขและข้อยกเว้นต้องพิจารณาแยก

ขอบเขตที่ต่างกัน: ข้อมูลที่ได้จากบุคคลโดยตรงเทียบ ม.23 ส่วนข้อมูลจากแหล่งอื่นต้องพิจารณา ม.25 พร้อมเงื่อนไขและข้อยกเว้นไทย

สิ่งที่องค์กรไทยควรทบทวน: ตรวจ Privacy Notice วัตถุประสงค์ ระยะเก็บ ผู้รับข้อมูล และช่องทางใช้สิทธิ

อ่านตัวบท PDPA ไทย ↗
ม.21, ม.27

ใช้ข้อมูลตรงตามวัตถุประสงค์

GDPR Art.5(1)(b)

เทียบจากบทบัญญัติ

ประเด็นตาม GDPR: หลักจำกัดวัตถุประสงค์

เมื่อเกิดกรณีคล้ายกันในไทย: ในไทยต้องตรวจว่าการเก็บ ใช้ หรือเปิดเผยตรงกับวัตถุประสงค์ที่แจ้งไว้หรือไม่ การเปลี่ยนวัตถุประสงค์ต้องเข้าเงื่อนไขกฎหมาย

ขอบเขตที่ต่างกัน: GDPR มีหลักความเข้ากันได้ของวัตถุประสงค์และเงื่อนไขเฉพาะ ส่วนไทยต้องพิจารณา ม.21 และข้อยกเว้นตามกฎหมายของไทย

สิ่งที่องค์กรไทยควรทบทวน: เทียบวัตถุประสงค์ใน Privacy Notice กับการใช้ข้อมูลจริง โดยเฉพาะการนำข้อมูลไปใช้ต่อหรือส่งต่อให้ผู้อื่น

อ่านตัวบท PDPA ไทย ↗
ม.35, ม.36

ข้อมูลถูกต้องและเป็นปัจจุบัน

GDPR Art.5(1)(d)

เทียบจากบทบัญญัติ

ประเด็นตาม GDPR: หลักความถูกต้องและการปรับข้อมูลให้เป็นปัจจุบัน

เมื่อเกิดกรณีคล้ายกันในไทย: ในไทยผู้ควบคุมต้องดำเนินการให้ข้อมูลถูกต้อง เป็นปัจจุบัน สมบูรณ์ และไม่ก่อให้เกิดความเข้าใจผิด รวมถึงจัดการคำขอแก้ไข

ขอบเขตที่ต่างกัน: หน้าที่รักษาความถูกต้องและการตอบคำขอแก้ไขเป็นคนละส่วน ต้องตรวจเงื่อนไขของแต่ละส่วน

สิ่งที่องค์กรไทยควรทบทวน: ตรวจแหล่งข้อมูล วิธีปรับปรุงข้อมูล และช่องทางแก้ไขข้อมูลผิด พร้อมบันทึกเหตุผลเมื่อไม่ดำเนินการตามคำขอ

อ่านตัวบท PDPA ไทย ↗
ม.37(3)

ระยะเวลาเก็บและการลบข้อมูล

GDPR Art.5(1)(e)

เทียบจากบทบัญญัติ

ประเด็นตาม GDPR: หลักจำกัดระยะเวลาเก็บข้อมูล

เมื่อเกิดกรณีคล้ายกันในไทย: ในไทยต้องมีระบบตรวจสอบและลบหรือทำลายข้อมูลเมื่อพ้นระยะเวลาเก็บ หมดความจำเป็น หรือมีเหตุตามกฎหมาย โดยพิจารณาข้อยกเว้น

ขอบเขตที่ต่างกัน: GDPR Art.5(1)(e) เป็นหลักจำกัดระยะเวลาเก็บ ส่วนไทย ม.37(3) กำหนดหน้าที่จัดระบบตรวจสอบและลบหรือทำลาย

สิ่งที่องค์กรไทยควรทบทวน: กำหนดอายุข้อมูลตามวัตถุประสงค์และหน้าที่ตามกฎหมาย ทดสอบการลบจากระบบหลักและข้อมูลสำรองตามบริบท

อ่านตัวบท PDPA ไทย ↗
ม.37(1), ม.40(2)

ความมั่นคงปลอดภัย

GDPR Art.32

เทียบจากบทบัญญัติ

ประเด็นตาม GDPR: มาตรการทางเทคนิคและองค์กรเพื่อรักษาความปลอดภัยตามความเสี่ยง

เมื่อเกิดกรณีคล้ายกันในไทย: เทียบเคียงหน้าที่จัดมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยที่เหมาะสม โดยแยกบทบาทผู้ควบคุมและผู้ประมวลผลข้อมูล

ขอบเขตที่ต่างกัน: แยกหน้าที่ผู้ควบคุมตาม ม.37(1) กับผู้ประมวลผลตาม ม.40(2) และตรวจมาตรการตามกฎหมายลำดับรองไทย

สิ่งที่องค์กรไทยควรทบทวน: ตรวจสิทธิ์เข้าถึง การยืนยันตัวตน การเข้ารหัส และการทบทวนมาตรการตามความเสี่ยง

อ่านตัวบท PDPA ไทย ↗
ม.37(1)

ประเมินความเสี่ยงของกิจกรรมข้อมูล

GDPR Art.35

เทียบจากบทบัญญัติ

ประเด็นตาม GDPR: การประเมินผลกระทบด้านการคุ้มครองข้อมูล (DPIA)

เมื่อเกิดกรณีคล้ายกันในไทย: ในไทยใช้ประเด็นการประเมินผลกระทบเพื่อทบทวนว่ามาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยเหมาะกับความเสี่ยงของกิจกรรมหรือไม่

ขอบเขตที่ต่างกัน: ม.37(1) ไม่ใช่หน้าที่ DPIA หรือปรึกษาหน่วยงานก่อนประมวลผลที่มีเงื่อนไขตรงกับ GDPR Art.35–36 ต้องตรวจข้อกำหนดไทยเพิ่มเติม

สิ่งที่องค์กรไทยควรทบทวน: จัดทำรายการความเสี่ยง ผู้ได้รับผลกระทบ มาตรการลดความเสี่ยง และผู้อนุมัติก่อนเริ่มกิจกรรมที่เสี่ยงสูง

อ่านตัวบท PDPA ไทย ↗
กรอบเทียบเคียงฉบับ 2.0 · ตรวจตัวบทหลัก 14 ต.ค. 2569 · อ้างบทบัญญัติและหมวดในดัชนี ไม่เติมข้อเท็จจริงที่ดัชนีไม่ได้ระบุ และไม่สรุปผลคดีหรือค่าปรับตามกฎหมายไทย

อ่านต่อเรื่อง PDPA และการคุ้มครองข้อมูล

PDPA คืออะไร? ความยินยอม สิทธิ และบทเรียนสำหรับองค์กรไทย →

รายการในประเด็นหรือประเทศเดียวกัน