สาระข่าว · รายละเอียดภาษาไทย
คณะกรรมการสิทธิความเป็นส่วนตัวของแคนาดาได้ส่งความคิดเห็นถึงคณะกรรมาธิการความปลอดภัยสาธารณะและความมั่นคงแห่งชาติ เกี่ยวกับร่างกฎหมาย C-22 ที่เกี่ยวข้องกับการเข้าถึงข้อมูลโดยชอบธรรม โดยชี้ว่าร่างกฎหมายนี้ยังมีความเสี่ยงที่จะละเมิดสิทธิความเป็นส่วนตัวด้วยคำจำกัดความของข้อมูลผู้ใช้บริการที่กว้างเกินไป อาจทำให้ผู้ให้บริการหลายประเภทถูกสั่งส่งข้อมูลที่ละเอียดอ่อนได้แม้เพียงมีข้อสงสัยที่สมเหตุสมผล
มีการเสนอให้ปรับคำจำกัดความข้อมูลผู้ใช้ให้จำเพาะเจาะจง เช่น ชื่อ ที่อยู่ หมายเลขโทรศัพท์ และจำกัดเฉพาะผู้ให้บริการโทรคมนาคมเท่านั้น รวมถึงควรปรับบัญชีรายการข้อมูลที่ต้องจัดส่งให้มีขอบเขตชัดเจนและเหมาะสม นอกจากนี้ ยังแนะนำให้กำหนดคำจำกัดความของ“ข้อมูลที่เปิดเผยในสาธารณะ”ให้ตัดข้อมูลที่ผู้ใช้ยังคงมีสิทธิความเป็นส่วนตัวแม้จะออนไลน์แล้วออกไปเพื่อป้องกันการตีความกว้างเกินไป
ในส่วนของการกำหนดกฎระเบียบและคำสั่งให้ผู้ให้บริการอิเล็กทรอนิกส์เปิดช่องทางให้เจ้าหน้าที่เข้าถึงข้อมูล ทางคณะกรรมการแนะนำให้มีกฎหมายกำหนดชัดเจนว่า การบังคับนี้ต้องจำเป็นและเหมาะสมเท่านั้น และไม่ควรก่อให้เกิดช่องโหว่ระบบความปลอดภัย นอกจากนี้ยังเสนอให้เปิดช่องทางให้ผู้ให้บริการแจ้งเหตุข้อมูลรั่วไหลต่อหน่วยงานกำกับดูแลได้ เพื่อให้มีแนวทางแก้ไขและป้องกันผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อความเป็นส่วนตัวของประชาชนในสังคมเสรีและประชาธิปไตย
สรุปแล้ว รายงานชี้ว่าร่างกฎหมาย C-22 ยังต้องแก้ไขเพื่อให้สมดุลระหว่างความต้องการของรัฐในการเข้าถึงข้อมูลเพื่อความมั่นคง กับการคุ้มครองสิทธิความเป็นส่วนตัวของพลเมืองได้อย่างเหมาะสมและปลอดภัยมากขึ้น
เรียบเรียงสาระจากเนื้อหาประกาศต้นฉบับเป็นภาษาไทย · ไม่ใช่คำแปลรับรอง
วันที่เผยแพร่ประกาศ: 21/05/2569
ประเด็น PDPA ไทยที่ควรศึกษาจากข่าวนี้
ข่าวจากแคนาดาเรื่อง “ข้อเสนอปรับปรุงร่างกฎหมาย C-22 เพื่อสมดุลสิทธิความเป็นส่วนตัวและการเข้าถึงข้อมูลโดยชอบธรรม” เชื่อมกับคำถามต่อไปนี้สำหรับองค์กรไทย ส่วนนี้เป็นกรอบอ่านเพิ่มเติมตามหัวข้อของข่าว ไม่ใช่ข้อสรุปว่ากฎหมายไทยใช้กับเหตุการณ์ในข่าว
ความมั่นคงปลอดภัยและข้อมูลรั่วไหล · ม.37(1), ม.37(4), ม.40(2)
ประเด็นที่จัดหมวดไว้ในบทความ
ผู้ควบคุมต้องมีมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยที่เหมาะสม เมื่อเกิดเหตุละเมิด ให้ประเมินความเสี่ยงและหน้าที่แจ้งสำนักงานตามมาตรา 37(4) รวมถึงแจ้งเจ้าของข้อมูลหากเสี่ยงสูง ผู้ประมวลผลมีหน้าที่แจ้งผู้ควบคุมตามมาตรา 40(2)
คำถามสำหรับองค์กรไทย: ทีมทราบเวลาพบเหตุ ข้อมูลที่ได้รับผลกระทบ ผู้รับผิดชอบ และหลักฐานที่ใช้ประเมินความเสี่ยงหรือยัง?
ศึกษา PDPA เรื่องความมั่นคงปลอดภัยและข้อมูลรั่วไหล →ความยินยอม · ม.19, ม.24, ม.26
ประเด็นที่จัดหมวดไว้ในบทความ
PDPA ไทยมีฐานกฎหมายหลายกรณี จึงต้องแยกก่อนว่ากิจกรรมใดอาศัยความยินยอม เมื่อใช้ฐานนี้ คำขอต้องชัดเจน เข้าใจง่าย และให้โดยอิสระ พร้อมช่องทางถอนตามเงื่อนไขกฎหมาย ข้อมูลอ่อนไหวมีหลักเกณฑ์เฉพาะในมาตรา 26
คำถามสำหรับองค์กรไทย: องค์กรบันทึกวัตถุประสงค์ ข้อความที่ผู้ใช้เห็น และการให้หรือถอนความยินยอมไว้ตรวจสอบได้หรือไม่?
ศึกษา PDPA เรื่องความยินยอม →แจ้งวัตถุประสงค์และรายละเอียด · ม.21, ม.23, ม.25
ประเด็นที่จัดหมวดไว้ในบทความ
การแจ้งรายละเอียดควรทำให้บุคคลเข้าใจว่าเก็บข้อมูลไปทำอะไร เก็บนานเท่าใด ส่งให้ใคร และติดต่อใช้สิทธิได้ที่ใด กรณีได้ข้อมูลจากแหล่งอื่นต้องพิจารณาเงื่อนไขของมาตรา 25 เพิ่มเติม
คำถามสำหรับองค์กรไทย: Privacy Notice อธิบายการใช้ข้อมูลจริงได้ครบ และผู้ใช้พบข้อความนี้ก่อนหรือขณะเก็บข้อมูลหรือไม่?
ศึกษา PDPA เรื่องแจ้งวัตถุประสงค์และรายละเอียด →อ้างอิง: พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 · ราชกิจจานุเบกษา ↗ · ตรวจตัวบท 22/10/2569
อ่านต่อเรื่อง PDPA และการคุ้มครองข้อมูล
PDPA คืออะไร? ความยินยอม สิทธิ และบทเรียนสำหรับองค์กรไทย →
รายการในประเด็นหรือประเทศเดียวกัน