เกิดอะไรขึ้น
Enforcement Tracker รายงานรายการเกี่ยวกับ Real Estate Agency ในเบลเยียม หน่วยงานที่ระบุคือ Belgian Data Protection Authority (APD) บทบัญญัติที่อ้าง: Art. 5 (1) a), c), f) GDPR, Art. 6 (1) GDPR, Art. 17 (1) GDPR, Art. 21 (2) GDPR หมวดการละเมิดที่ต้นทางระบุ: Insufficient cooperation with supervisory authority สรุปจากข้อมูลในดัชนี พร้อมลิงก์สำหรับอ่านรายละเอียดต้นทาง
- องค์กรที่เกี่ยวข้อง
- Real Estate Agency
- กฎหมาย / บทบัญญัติต่างประเทศ
- GDPR / บทบัญญัติตาม Enforcement Tracker Art. 5 (1) a), c), f) GDPR, Art. 6 (1) GDPR, Art. 17 (1) GDPR, Art. 21 (2) GDPR
- วันที่ที่ Enforcement Tracker ระบุ
- 2025-04-24
- ภาคธุรกิจตาม Tracker
- Real Estate
- หมวดการละเมิดตาม Tracker
- Insufficient cooperation with supervisory authority
- วันที่คำสั่ง / คำตัดสิน
- ไม่ระบุ
- วันที่เผยแพร่ประกาศ
- ไม่ระบุ
เทียบเคียงกับ PDPA ไทย
ประเด็นสำหรับ Real Estate Agency จากบทบัญญัติและหมวดที่ต้นทางระบุ
ฐานกฎหมายและวัตถุประสงค์
GDPR Art.5(1)(a) · GDPR Art.6
เทียบจากบทบัญญัติประเด็นตาม GDPR: หลักความชอบด้วยกฎหมายและความเป็นธรรม; ฐานที่ทำให้การประมวลผลข้อมูลชอบด้วยกฎหมาย
เมื่อเกิดกรณีคล้ายกันในไทย: พิจารณาวัตถุประสงค์และฐานที่รองรับการเก็บ ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูล กฎหมายไทยมิได้กำหนดว่าทุกกิจกรรมต้องขอความยินยอม
ขอบเขตที่ต่างกัน: ฐานตาม GDPR Art.6 กับเงื่อนไขไทย ม.24 ไม่ตรงกันทุกกรณี หากใช้ความยินยอมต้องพิจารณา ม.19 ประกอบ
สิ่งที่องค์กรไทยควรทบทวน: ทบทวนกิจกรรมใน ROPA และหลักฐานรองรับฐานกฎหมายของแต่ละวัตถุประสงค์
อ่านตัวบท PDPA ไทย ↗การแจ้งรายละเอียด
GDPR Art.5(1)(a)
เทียบจากบทบัญญัติประเด็นตาม GDPR: หลักความโปร่งใส
เมื่อเกิดกรณีคล้ายกันในไทย: เทียบเคียงรายละเอียดที่แจ้งเจ้าของข้อมูลและกรณีได้ข้อมูลจากแหล่งอื่น เงื่อนไขและข้อยกเว้นต้องพิจารณาแยก
ขอบเขตที่ต่างกัน: ข้อมูลที่ได้จากบุคคลโดยตรงเทียบ ม.23 ส่วนข้อมูลจากแหล่งอื่นต้องพิจารณา ม.25 พร้อมเงื่อนไขและข้อยกเว้นไทย
สิ่งที่องค์กรไทยควรทบทวน: ตรวจ Privacy Notice วัตถุประสงค์ ระยะเก็บ ผู้รับข้อมูล และช่องทางใช้สิทธิ
อ่านตัวบท PDPA ไทย ↗เก็บข้อมูลเท่าที่จำเป็น
GDPR Art.5(1)(c)
เทียบจากบทบัญญัติประเด็นตาม GDPR: หลักเก็บข้อมูลให้เพียงพอ เกี่ยวข้อง และจำกัดเท่าที่จำเป็น
เมื่อเกิดกรณีคล้ายกันในไทย: หากกิจกรรมลักษณะเดียวกันเกิดในไทย ต้องพิจารณาว่าข้อมูลแต่ละรายการจำเป็นต่อวัตถุประสงค์อันชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ และลดการเก็บข้อมูลที่ไม่จำเป็น
ขอบเขตที่ต่างกัน: GDPR ครอบคลุมความเพียงพอ ความเกี่ยวข้อง และการจำกัดข้อมูลในการประมวลผล ส่วน ม.22 ของไทยระบุหน้าที่เก็บรวบรวมเท่าที่จำเป็นโดยตรง
สิ่งที่องค์กรไทยควรทบทวน: ไล่ตรวจช่องข้อมูลและเอกสารที่ขอจากบุคคล ระบุเหตุผลความจำเป็นของแต่ละช่อง และตัดหรือปกปิดข้อมูลส่วนเกิน
อ่านตัวบท PDPA ไทย ↗ความมั่นคงปลอดภัย
GDPR Art.5(1)(f)
เทียบจากบทบัญญัติประเด็นตาม GDPR: หลักความครบถ้วนและการรักษาความลับด้วยมาตรการความปลอดภัย
เมื่อเกิดกรณีคล้ายกันในไทย: เทียบเคียงหน้าที่จัดมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยที่เหมาะสม โดยแยกบทบาทผู้ควบคุมและผู้ประมวลผลข้อมูล
ขอบเขตที่ต่างกัน: แยกหน้าที่ผู้ควบคุมตาม ม.37(1) กับผู้ประมวลผลตาม ม.40(2) และตรวจมาตรการตามกฎหมายลำดับรองไทย
สิ่งที่องค์กรไทยควรทบทวน: ตรวจสิทธิ์เข้าถึง การยืนยันตัวตน การเข้ารหัส และการทบทวนมาตรการตามความเสี่ยง
อ่านตัวบท PDPA ไทย ↗สิทธิขอลบหรือทำลายข้อมูล
GDPR Art.17
เทียบจากบทบัญญัติประเด็นตาม GDPR: สิทธิลบข้อมูล
เมื่อเกิดกรณีคล้ายกันในไทย: ในไทยต้องพิจารณาเหตุที่ขอให้ลบ ทำลาย หรือทำให้ไม่สามารถระบุตัวบุคคลได้ และข้อยกเว้น เช่น การใช้สิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย
ขอบเขตที่ต่างกัน: สิทธิลบไม่ใช่สิทธิที่ไม่มีข้อยกเว้น ต้องใช้เงื่อนไขตาม ม.33 ของไทย
สิ่งที่องค์กรไทยควรทบทวน: ตรวจเหตุในคำขอ ระยะเก็บ และหน้าที่เก็บตามกฎหมาย ก่อนดำเนินการลบหรืออธิบายเหตุปฏิเสธ
อ่านตัวบท PDPA ไทย ↗สิทธิคัดค้านการใช้ข้อมูล
GDPR Art.21
เทียบจากบทบัญญัติประเด็นตาม GDPR: สิทธิคัดค้านการประมวลผล
เมื่อเกิดกรณีคล้ายกันในไทย: ในไทยต้องตรวจฐานการประมวลผลและวัตถุประสงค์ที่ถูกคัดค้าน โดยแยกกรณีการตลาดแบบตรงออกจากกรณีอื่น
ขอบเขตที่ต่างกัน: ใช้เงื่อนไขและข้อยกเว้นของ ม.32 ไทย โดยเฉพาะความแตกต่างระหว่างการตลาดแบบตรงกับกิจกรรมฐานอื่น
สิ่งที่องค์กรไทยควรทบทวน: จัดช่องทางคัดค้านที่ใช้ได้จริง และทำให้สถานะคัดค้านส่งผลถึงรายชื่อและระบบที่นำข้อมูลไปใช้
อ่านตัวบท PDPA ไทย ↗การตอบคำขอและคำสั่งของหน่วยงานกำกับ
หมวดต้นทาง: Insufficient cooperation with supervisory authority
เทียบจากหมวดการละเมิดประเด็นจากหมวดต้นทาง: การให้ความร่วมมือกับหน่วยงานกำกับ
เมื่อเกิดกรณีคล้ายกันในไทย: ในไทยต้องพิจารณาคำสั่งให้ส่งเอกสาร ชี้แจง หรือให้ข้อมูลตามอำนาจของคณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญและพนักงานเจ้าหน้าที่
ขอบเขตที่ต่างกัน: GDPR Art.31 เป็นหน้าที่ให้ความร่วมมือโดยตรง ส่วนมาตราไทยที่ยกมาเป็นอำนาจเรียกข้อมูลและตรวจสอบ ไม่ใช่บทบัญญัติที่มีถ้อยคำตรงกัน
สิ่งที่องค์กรไทยควรทบทวน: กำหนดผู้ประสานงาน เก็บหลักฐานคำสั่งและเอกสารตอบกลับ ตรวจขอบเขตอำนาจและกำหนดเวลาตามคำสั่งจริง
อ่านตัวบท PDPA ไทย ↗อ่านต่อเรื่อง PDPA และการคุ้มครองข้อมูล
PDPA คืออะไร? ความยินยอม สิทธิ และบทเรียนสำหรับองค์กรไทย →
รายการในประเด็นหรือประเทศเดียวกัน